Tuesday, October 28, 2003

'ร้ อ ง ไ ห้' .. ใช่หมายว่า .. 'อ่ อ น แ อ'


มีล้มบ้างบางครายังกล้าลุก
ถึงต้องคลุกฝุ่นหนายังกล้าฝัน
ด้วยหนึ่งกายหนึ่งใจเท่าเท่ากัน
คอยผลักดันสู้ต่อไม่ท้อใจ

แต่บางครั้งเคยท้ออยากขอพัก
อ้อนคนรักปลอบขวัญยามหวั่นไหว
น้ำตาร่วงหลายหนปะปนไป
หลายปัจจัยเหตุผลปะปนมา

ที่ร้องไห้...ใช่แพ้ แต่เพราะสู้
ที่ร้องไห้...เพราะรู้ ทางรักษา
ที่ร้องไห้...เพื่อใจ ได้เยียวยา
กลั่นน้ำตาแทนช้ำคำบรรยาย

แล้วลุกขึ้นก้าวใหม่ในวันพรุ่ง
เมื่อฟ้ารุ่งน้ำตาจะเหือดหาย
แค่ผู้หญิงหนึ่งคนขอระบาย
ว่า..ร้องไห้..ใช่หมาย ว่า..อ่อนแอ..

Sunday, October 26, 2003

๏ รู้สึก...ระหว่างใจ ๏


เมจิคเชี่ยน...

หากจะถามว่าทำไมถึงรักได้ขนาดนี้
ฉันตอบไม่ได้หรอกคนดีเข้าใจไหม
ทั้งที่คบหากันมาไม่นาน บางสิ่งฉันก็ไม่เข้าใจ
แม้ตอนเธออยู่ใกล้ ก็ยังคิดถึงมากมายกว่าเดิม

เรื่องความรู้สึกบางทีเราเองก็ไม่รู้
บางครั้งก็หดหู่ บางทีอยู่ๆก็เพิ่ม
เหมือนกับอากาศรอบข้างตอนนี้ บางทีอาจไม่คงเดิม
หรือไม่เราอาจเริ่มรักกัน แต่ชาติปางก่อนมา

แต่ไม่ว่าจะคือเหตุผลอะไร
ความอาทรที่มีให้เธอ สำหรับฉันมันมีค่า
แค่ได้อยู่ใกล้ แค่ได้เห็นหน้า แค่ได้สบตา
คือสิ่งที่หัวใจปรารถนา~เพราะฉันนั้นรักเธอ

***********************************************************

ตามฝัน...

รู้แล้วว่าเธอรักฉันมากมายขนาดนี้
เพราะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกดีดีที่มีให้มาอยู่เสมอ
ทั้งความคิดถึง ห่วงใย ฉันรู้สึกได้ในทุก ๆ ครั้งที่เจอ
แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะ..ว่าเธอรักกันมากมายเพียงใด

แต่เพราะความรู้สึกบางทีเราเองก็ไม่รู้
อย่างที่เธอบอกว่าบางทีหดหู่ บางทีก็แจ่มใส
นั่นน่ะสิ.. นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันยังไม่วางใจ
ว่าพรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันไหม ... คนดี

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร
สิ่งที่ฉันทำได้คือรักเธอสุดหัวใจในวันนี้
แค่ได้อยู่ใกล้ ๆ ส่งความรัก ความห่วงใย ความปรารถนาดี
ที่เหลือก็เป็นเรืองของวันพรุ่งนี้...
...ไม่ว่าจะร้ายหรือดีก็รับได้..เพราะฉันนั้นก็รักเธอ

Saturday, October 25, 2003

...สื่อมวลชน (2)...


สารแทนสิ่งบ่งชี้................เรื่องราว
บอกซึ่งถึงข่าวคราว..............สื่อให้
เป้าหมายส่งถึงชาว..............ประชาหมู่
แม้อยู่สู่ไกลใกล้.................รับได้ ถึงความ

นักข่าวเขียนพร่ำเพ้อ.........ชอบกล
การณ์เหตุช่างสับสน.............วุ่นว้า
ตอกไข่ใส่ความปน................ผสมเรื่อง
ร่างร่ายเพียงใคร่ค้า...............เท่านี้ เป็นพอ

ดาราอีกนักร้อง...................เจอดี
ถูกกล่าวทางบัดสี.................หม่นไหม้
อนาคตถูกย่ำยี......................เพราะข่าว คำลือ
เกลียดจึ่งเขียนใส่ไคล้.........กลั่นแกล้ง แต่งระบาย

ถือตนมีวุธร้าย....................ปากกา
แทงทิ่มตามตัณหา...............ไม่ยั้ง
สังคมป่นปี้คา-.......................มือสื่อ
ทำป่วนในหลายครั้ง.............เล่าโม้ เกินจริง

หากินกับเรื่องร้าย..............โด่งดัง
ประโคมข่าวจนคนฟัง............เริ่มคล้อย
คิดหลงเชื่อจริงจัง.................ลืมตริ ลืมตรอง
ว่าที่กล่าวมาร้อย...................ผิดถ้อย ประการใด

พาดหัวตัวใหญ่ไว้.............ทุกวัน
มักแย่จนงงงัน......................กลัดกลุ้ม
ไร้ซึ่งถึงข่าวสรรค์-...............สร้างส่อ ฤาสื่อ
กลัวจักได้ไม่คุ้ม..................ทุ่มไว้ ฤาเจ้า

โฆษณา สื่อชื่อนี้...............สำคัญ
ด้วยเพราะเห็นทุกวัน............หว่านล้อม
มุ่งเพียงแต่ประกวดประขัน..ขายแข่ง
บ้างหลอกนำเก่าย้อม...........อวดอ้าง สรรพคุณ

ไอเดียแสนเจิดจ้า..............หลายแนว
นำแต่ลูกเล่นแพรว................ข่มสู้
หาได้ห่วงคำแซว.................ด่าว่า ตามมา
ผลกระทบต่างก็รู้.................แต่ข้า ไม่แคร์

ถูกต้อง สะกดได้..............ตามความ
เมื่อไต่ถามนิยาม.................ตกชั้น
สินค้าแค่รูปงาม...................ขายออก
ผู้เสพเยี่ยงสัตว์นั้น..............เรื่องข้า หรือไร

จรรยาบรรณแค่รู้...............เพียงพอ
ใช้สอบผ่านจบ ม. ...............แค่นี้
ทำจริงไม่รีรอ.......................สนองอยาก กามา
หาไม่ช่วยชมชี้....................แนะน้อง ทางควร

สื่อเอ๋ยฝากพิศด้วย...........คำวาน
จึงมุ่งร้อยเรียงกานท์............แด่เจ้า
โปรดสร้างแต่เพียงงาน.......จรรโลงจิต
อย่าเพิ่งถอดใจเศร้า............อดกลั้น สู้ไป

กำลังใจเล็กน้อย...............จากข้า
ที่กล่าวทั้งหมดมา................ใช่ย้อน
เห็นควรจักต้องลา................จำเอ่ย
หวังว่าไม่คิดค้อน..................แค่นแค้น โกรธเคือง

Sunday, October 19, 2003

๏ อยากให้ดวงดาว..มองเห็นเม็ดทราย ๏


ล้มตัวนอนบนผืนทรายริมชายหาด
มองดาวกลาดเกลื่อนผืนฟ้าในหน้าหนาว
แอบสงสัยความเป็นไปของหมู่ดาว
ว่าทุกคราวเจ้าก้มเห็นเป็นเช่นไร

ใช่เม็ดทรายหรือเปล่าที่เจ้าเห็น
ฤาจะเป็นสิ่งอื่นให้ขื่นไหว
เจ้ากระพริบยิบมาในคราใด
สังเกตไหมเม็ดทรายยิ้มให้เธอ

ช่างคล้ายคลึงตัวของฉันในวันนี้
..ความรู้สึก..ยังมี..เหงา..เคล้าเสมอ
..ความห่วงหา..ยังพานพบประสบเจอ
..คิดถึงเธอ..ยังตอกย้ำทุกค่ำคืน

ขึ้นกับเจ้าดวงดาวจะพราวทัก
จะรับรักเม็ดทรายเหงาในเงาคลื่น
ทรายเม็ดน้อยแม้ต้องช้ำยอมกล้ำกลืน
ถึงต้องฝืนเห็นดาวยิ้มก็อิ่มใจ

Saturday, October 18, 2003

๏ ห่วงใยเธอ ขอบคุณเสมอที่ไม่ทิ้งกัน ๏


เมจิคเชี่ยน..

หลับตาข้างๆ ฉันตรงนี้
จะพิงไหล่ให้ฝันดี ก็ได้
ไม่กวนเธอหรอก พักให้สบาย
หายเหนื่อยแล้วค่อยตื่นมาทักทาย พูดคุยกัน

ร้องไห้เถอะนะกับสิ่งที่เธอพบมา
ฉันจะไม่ไถ่ถามว่า อะไรคือเหตุผลนั้น
เจ็บมาเพราะเขา..หรือเรื่องราวอีกร้อยพัน
อยากบอกแค่ความเต็มใจของฉัน คืออยู่ข้างเธอ

****************************************************

ตามฝัน..

ขอบคุณนะคะสำหรับไหล่พี่ชาย..
ที่คอยโอบประคองกายในทุก ๆ ครั้งสม่ำเสมอ
หลาย ๆ เหตุการณ์ร้าย เรื่องราวที่ประสบพบเจอ
และยังมีลมหายใจอยู่ก็เพราะ .. เธอ.. รู้บ้างรึเปล่าพี่คนดี

งั้นคืนนี้ขอพิงไหล่พี่แล้วกันนะคะ..
น้องคนนี้คงจะหลับฝันอย่างสุขี
ขอหลับอย่างสบายโดยข้าง ๆ กายมีพี่ชายที่แสนดี
แล้วเช้าวันพรุ่งนี้จะตื่นมาคุยกับพี่ ... เหมือนอย่างเคย

Wednesday, October 8, 2003

..แว่วทำนอง เสียงเพลง บรรเลงหวาน..


แว่วทำนองเสียงเพลงบรรเลงหวาน
กล่อมดวงมาลย์หม่นหมองให้ผ่องใส
ประกายดาวพราวแสงส่งแรงใจ
คล้ายเป็นนัยบอกกล่าวอย่าเศร้านาน

อาจมีบ้างบางคราวที่หนาวร้อน
เคยออดอ้อนผ่านดาวส่งข่าวสาร
น้ำค้างพรมคืนหนาวช่างยาวนาน
ทรมานกับฝันร้ายในหลายคืน

พายุโหมโถมซ้ำกระหน่ำซ้อน
ในบางตอนบางครั้งต้องนั่งฝืน
น้ำตาร่วงชอกช้ำต้องกล้ำกลืน
เพื่อหยัดยืนสู้ต่อไม่ท้อใจ

มีเพียงดาวเป็นเสมือนเพื่อนปลอบขวัญ
ทุกคืนวันยามเหงาเจ้ารู้ไหม
คุยกับดาวคราวเมื่อไม่เหลือใคร
อุ่นละไมถึงไกลแต่ใกล้กัน

แว่วทำนองเสียงเพลงบรรเลงซึ้ง
ขอพักครึ่งผ่อนคลายบรรยายฝัน
ฝากฟ้าสวยดูแลเจ้าดาวกับจันทร์
ค่ำนี้ฉันขอหลับตารักษาใจ...

Sunday, October 5, 2003

๏ ไม่แน่ใจนัก.. ใช่รักรึเปล่าน้อ ๏


ไม่แน่ใจนัก..
ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่า รัก หรือเปล่า
ก็แค่แอบคิดถึงในบางคราว
กับแค่รู้สึกเหงา ๆ ในบางที

ไม่เห็นหน้าก็สับสน
รู้สึกวกวนในใจข้างในนี้
หลับตาก็ยังเห็นหน้า .. เธอคนดี
ในฝันก็ยังมี.. เอ๊ ชักจะยังไง ๆ

ไม่แน่ใจนัก..
จะใช่ รัก หรือว่าจะไม่ใช่
ใครพอรู้ช่วยมาไขปัญหาใจ
มาคอนเฟิร์มให้หน่อยได้มั้ย .. ว่าใช่ รัก ~ รึเปล่าน้อ.....

Thursday, October 2, 2003

ความรู้สึกเหงา ๆ ..


ความรู้สึกเหงา ๆ...
ฝากดวงดาวเป็นสื่อกลาง จะได้บ้างไหม
บอกคนดีคนนั้น.. ว่ามีฉันคนนี้แอบคิดถึงทุก ๆ ลมหายใจ
แล้วรอรับคำตอบจากใครคนนั้นด้วยนะจ๊ะ ~ ดวงดาวผู้ใจดี

เผื่อเขาจะฝากสารกลับเช่นกัน
อาจจะบอกว่าคิดถึงฉันจากคนไกลคนนี้
แล้วดาวดวงน้อย ก็ค่อยลอยล่องมาบอกฉันอีกสักที
อย่าทำความคิดถึงของใครคนดี .. ตกหล่นระหว่างทางก็แล้วกัน

Monday, September 22, 2003

รู้สึกดีดี.. แค่พี่ชาย


เพราะไม่คิด เกินกว่า คำว่าพี่
ใช่น้องนี้ รังเกียจ คิดเดียดฉันท์
ก่อนเคยทัก เคยทาย อย่างไรกัน
ก็ยังเป็น อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนไป

เพราะหัวใจ เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อน
ใช่เพียงอ้อน สองวัน ก็หวั่นไหว
ใช่เพียงตื๊อ สามวัน ทำหวั่นใจ
น้องมิได้ คิดไกล ให้เกินเลย

เพราะเคารพ นบนอบ ในตัวพี่
ยังจงรัก ภักดี ไม่มีเฉย
อยากทายทัก อย่างพี่ ที่คุ้นเคย
ยากจะเอ่ย เป็นอื่น เกินพี่ชาย

เพราะรู้สึก ดีดี แค่พี่น้อง
หวังพี่ไม่ ขัดข้อง ต้องห่างหาย
อย่าบีบคั้น หัวใจ ให้วุ่นวาย
เพราะรู้สึก เพียงพี่ชาย เท่านั้นเอง...

Sunday, September 21, 2003

ง้อ


อภัยให้กันได้ไหม..คนดี
ฉันคนนี้ไม่ได้ดีไปกว่าคนไหนไหน
แต่รับประกันว่าก็ไม่ได้แย่ไปกว่าใครใคร
ขอโอกาสให้ฉันอีกสักครั้งได้ไหม.. คนใจดี

ฉันผิดเองในบางครั้ง .. ยอมรับผิด
แต่เพราะคิดน้อยไปใช่หน่ายหนี
ยังรักเธอเหมือนเคย.. กับทุก ๆ วันที่ฉันมี
และต่อไปจากนี้ .. รัก ที่มี จะมีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ

เพราะยังแคร์ถึงทุก ๆ ความรู้สึก
ในส่วนลึกของใจเธอและใจฉัน
เลยส่งกลอนมาง้อ .. และยังเฝ้ารอคำตอบจากเธออยู่ทุกวัน
ยังอยากให้ห้วงแห่งความฝัน ~ ของเธอยังมีฉันทุก ๆ ครั้งที่เธอหลับตา

นะจ๊ะ .. ที่รัก
ให้ฉันได้ทายทัก หัวใจ เธออีกครั้งเถิดหนา
ต่อจากนี้ไป .. จะไม่ทำให้เธอเสียใจ ฉันขอสัญญา
นะจ๊ะ.. แก้วตา แล้วเธอจะรู้ว่า รัก ที่มีให้เสมอมา ... นั้นมากมายเพียงใด


แหล่งที่มา: มีคนมาขอให้ช่วยแต่งง้อแฟนให้หน่อยน่ะค่ะ ก้อเลยแต่งให้เค้าไป

Thursday, September 18, 2003

หอมกาแฟ


กาแฟหอมกรุ่น
กับความรู้สึกอบอุ่นในตอนเช้า
แสงแดดอ่อน ๆ ทอดยาว
ช่วยลบเลือนความหนาวเมื่อค่ำคืน

เพราะอะไรเธอรู้ไหม
กาแฟถึงหอมจับใจ .. ไม่ขมดั่งเคยฝืน
ทุก ๆ สิ่งรอบตัวก็ดูแสนจะร่มรื่น
รู้สึกถึงความสดชื่น .. กับหลาย ๆ อย่างข้าง ๆ กาย

ก็เพราะเธอนั่นแหล่ะ .. พ่อตัวดี
ทำฉันแป้วทุกทีในเวลาที่เธอห่างหาย
บางทีก้อส่งข้อความมา.. เนื้อหาอ่านแล้วแทบละลาย
แต่บางทีก้อทำฉันวุ่นวาย สับสนมากมายเมื่อเธอไม่โทรหากัน

ไม่รู้สิ.. ว่าโดนเธอ หลอก หรือเปล่า
แต่ใจเหงา ๆ บอกว่าไม่อยากป็นเพียงภาพฝัน
เพราะทุก ๆ อณูพื้นที่ใจ ฉันมีเธอไว้อยู่ในนั้นทุกวัน
เลยอยากให้เป็นเหมือนกัน ~ ให้ในใจเธอมีฉันได้บ้างไหม คนดี

Saturday, August 30, 2003

เกลียดชายเจ้าชู้


หลงคร่ำครวญ ทวนคำหวาน เมื่อวานก่อน
ให้นึกย้อน คิดถึง คนึงหา
โอ้อกเอ๋ย ระทมแล้ว เพราะแก้วตา
หว่านคำหอม ออดอ้อนมา แล้วลาไกล

ด้วยใจนี้ ที่ภักดี มีแต่รัก
เหตุไฉน สัมพันธ์หัก ถูกผลักไส
เป็นได้เพียง คนรักเก่า ของเจ้าไป
เหลือเก็บไว้ เพียงภาพเก่า เคล้าน้ำตา

ดวงฤทัย แตกสลาย มลายสิ้น
เพียงได้ยิน เห็นเธอเขา เย้าตรงหน้า
อันตัวฉัน ผิดอะไร ไม่กล่าวมา
อ้างเพียงว่า เพราะความเหงา เข้ากล้ำกราย

ใจเหว่ว้า จึงไขว่คว้า หาสาวอื่น
เข้ามายืน แทนตัวฉัน วันห่างหาย
ตำแหน่งเดิม รักเขาเติม เริ่มมากมาย
แล้วกลับกลาย เป็นเขา เข้าครอบครอง

นั่งคร่ำครวญ ทวนคำ เคยหลงผิด
ให้นึกคิด เกลียดชาย มีใจสอง
คนอย่างเจ้า สักวันจะ ไร้คนมอง
วันหนึ่งต้อง ถูกทิ้งขว้าง อย่างเดียวดาย

Sunday, August 24, 2003

๏ ใจดวงน้อย อมยิ้ม เพราะอิ่มรัก ๏


ใจดวงน้อย อมยิ้ม เพราะอิ่มรัก
ถูกทายทัก จากเธอ จนเพ้อไหว
ลอยละลิ่ว ปลิวว่อน จนอ่อนใจ
ขอเพียงได้ ซุกอุ่นไอ ใกล้คนดี

ช่วยสงสาร หัวใจจร ร่อนเร่เรื่อย
อยากเอื้อนเอ่ย ว่ารัก จากใจนี้
แต่ยากกล่าว จึงขอขับ เป็นบทกวี
เกริ่นวจี ว่ารักเธอ เพ้อผ่านกลอน

เธอจะรู้ หรือเปล่า ว่ากล่าวถึง
ถูกรำพึง รำพันรัก ผ่านอักษร
รู้เถิดนะ ว่าทำใจ ฉันไหวอ่อน
จึงออดอ้อน ผ่านบทกลอน วอนช่วยพา

ขอเพียงเธอ สัมผัส รู้รับได้
ก็สมใจ คนส่งสาร ปรารถนา
และถ้าเธอ มีความนัย คล้ายคลึงมา
รีบจ่าหน้า ส่งหาฉัน ในทันที

แค่อยากมี เธอร่วมคิด พิชิตฝัน
ร่วมแบ่งปัน ทุกข์สุข ทุกทุกที่
แชร์รอยยิ้ม ยามสนุก สุขฤดี
และพร้อมที่ คอยปลอบขวัญ วันอ่อนแอ

ใจดวงน้อย อมยิ้ม เพราะอิ่มรัก
ถึงไม่ถูก ทายทัก ไม่ท้อแท้
ลอยละลิ่ว ปลิ่วว่อน ไม่งอแง
ขอเพียงแค่ ได้รักเธอ ก็สุขใจ...

Friday, August 15, 2003

สื่อมวลชน


เรื่องราวเขาเรียกสาร...........ถูกส่งผ่านหลายงานสื่อ
ถ่ายทอดไกลระบือ..................เป้าหมายคือสื่อถึงชน
นักข่าวเขียนตามเรื่อง..........เหตุการณ์เมืองช่างสับสน
ตีไข่ใส่ความปน......................ระบายจนตนหนำใจ
นักร้องดาราดัง....................อนาคตพังเพราะพิษร้าย
บ้างดังจนหมั่นไส้....................ถูกใส่ไคล้จนวอดวาย
ถือตนมีปากกา....................ใครเหม็นหน้าด่าฉิบหาย
สังคมจึงวุ่นวาย.......................เป็นเพราะไทยไม่รักกัน
คนร้ายกลายเป็นดี...............ใยโลกนี้จึงกลับหัน
คนดีไร้สำคัญ.........................ใยสื่อนั้นไม่เห็นใจ
หัวข่าวพาดตีแผ่..................มีแต่แย่ให้สงสัย
เรื่องดีมีถมไป........................ไฉนเลยไม่เชยชม
โฆษณาอีกทางหนึ่ง.............เป็นสื่อซึ่งคอยทับถม
ไม่แคร์ถึงสังคม.....................หวังเพียงแข่งแย่งลูกค้า
ไอเดียแสนบรรเจิด..............สุดล้ำเลิศช่างสรรหา
สินค้าต้องติดตา......................เรื่องอื่นข้าไม่คำนึง
ถูกต้อง เป็นอย่างไร.............ไม่สนใจไม่นึกถึง
แล้วแต่ว่าพวกมึง...................จะเลือกเสพกันอย่างไร
ครรลอง และ คลองธรรม.....เป็นเรื่องขำทำไปได้
บ้านเมืองใกล้วอดวาย............หากคนไทยไม่ช่วยกัน
สื่อเอ๋ยช่วยพินิจ..................ตรึกตรองคิดอย่างสร้างสรรค์
อุดมการณ์ จรรยาบรรณ.........โปรดยึดมั่นเพื่อประชา
เจ้าเป็น ..สื่อมวลชน............เจ้าเป็นคนของทั่วหล้า
หวังดีจึงกล่าวมา....................ให้สมค่า...สื่อมวลชน...

Sunday, July 20, 2003

..เลือกคู่ครอง...


การจะมีคู่ครองต้องตรองคิด
ใช่แค่พิศเพียงเปลือกแล้วเลือกหา
หรือสนใจในฐานะยศศักดา
ตีราคาดูว่าคุ้มให้ทุ่มตัว

หาใช่พอแค่ใจคอส่อนิสัย
แต่ต้องควบหลายปัจจัยดูให้ทั่ว
ความเหมาะสม คือนิยามความลงตัว
ประยุกต์ใช้ดูให้ชัวร์ตามตัวคน

ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา
กิริยา วาจา ใช่ไม่สน
อีกทั้งรักความเข้าใจห่วงใยปน
รับรองผลหากมีครบจบกระบวน

ทุกสิ่งกล่าวควรมีไว้อย่าได้ต่าง
อย่าพูดอ้างเพียงแค่รักจักหอมหวล
อ่านแล้วคิดพินิจไปลองใคร่ครวญ
ใช่ชี้ชวนให้เรื่องมากลำบากใจ

Tuesday, July 15, 2003

วานบทกลอน...


ด้วยหัวใจใครคนหนึ่งซึ่งขี้เหงา
จึงบอกกล่าวผ่านบทกลอนวอนช่วยหา
อยากมีคนในห้วงคิดยามนิทรา
อยากมีคนคอยห่วงหายามลาไกล

มีไหมหนอใครคนหนึ่งซึ่งขี้เหงา
เคียงข้างเราเฝ้าพกเพ้อละเมอใกล้
เคียงข้างน้องยามหม่นหมองคนของใจ
เคียงข้างในแนบดวงจิตชิดอุรา

มีไหมหนอคนที่รอทอ..ตามฝัน
เคียงข้างกันในบางวันฉันเหว่ว้า
เคียงข้างกายให้อุ่นไอยามใกล้ตา
เคียงข้างบ่าคอยนำพาสู้ฝ่าฟัน

บทกลอนจ๋าช่วยเสาะหามาให้หน่อย
ใครหนอใครจะช่วยร้อยคอยเคียงฝัน
สร้างตำนานรักฉ่ำหวานนานนิรันดร์
อย่าให้เป็นเพียงภาพฝันวันลวงตา

Friday, July 11, 2003

ร้อยห้วงฝัน


ร้อย คำสวยช่วยเรียงรายสื่อความฝัน
ร้อย คำหวานบรรจงเขียนสื่อความหมาย
ร้อย คำเพราะเสนาะพริ้งสื่อความใจ
ร้อย คำไว้ให้บทกลอนสื่อความมา

ห้วง ทำนองอ่อนหวานพาลหวั่นไหว
ห้วง หัวใจที่โหยไห้พาลโหยหา
ห้วง ความฝันวันผันผ่านพาลติดตา
ห้วง เพลายามเคยพิศพาลติดใจ

ฝัน สดสวยด้วยคำหอมพร้อมความหวาน
ฝัน งดงามไปตามรสบทความหมาย
ฝัน อิ่มเอมเปรมกรุ่นอุ่นความใน
ฝัน แจ่มใสยามลิ้มรสบทกวี

Tuesday, July 8, 2003

when i fall in love


แค่เพียงรอยยิ้มเธอส่งมา
ก็สามารถช่วยปลดความอ่อนล้าเป็นสดใส
แค่เพียงเสียงหัวเราะ .. เสียงเธอพูดคุยกับใคร ๆ
ก็ทำให้หัวใจที่สั่นไหวได้กำลัง

แค่แต่ละวันได้พบหน้า
ได้พูดคุยกันบ้าง .. ได้สบสายตาสักสองสามครั้ง
แค่เธอเดินผ่านไปผ่านมา .. ไม่ได้พูดไม่ได้จากับฉันสักคำ
แล้วทำไมล่ะหัวใจฉัน .. ถึงไหวหวั่นตามเธอไป

แค่นึกถึงเธอคนเก่าของหัวใจ


ไม่ได้ยินข่าวคราวมานาน
ตั้งแต่เลิกรากันเมื่อวันวานครั้งก่อน
ไม่รู้เธอเป็นอย่างไร จะสดใส หรือร้าวรอน
มีบ้างคืนบ้างไหมที่แอบใจอ่อน นอนคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่านะคนดี

แอบคิดเองว่าเธอจะเป็นเหมือนกัน
อาจสงสัยว่าฉันเป็นยังไงบ้างในตอนนี้
ขอบอกให้รู้ไว้เลย .. ว่ายัง สุขสบายดี
แค่ไม่มีเธอในวันนี้ ใช่ว่าจะทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี ... ไม่มีเลย